10 อันดับ Honda หายากที่คุณอาจไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย
07/02/2016
ShowMocyc (112 articles)
Share

10 อันดับ Honda หายากที่คุณอาจไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย

Honda มีรถมอเตอร์ไซค์ที่น่าสนใจในประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีหลายรุ่น ที่ได้รับความสนใจ และอีกหลายรุ่นที่ไม่ได้รับความสนใจ อาจจะเป็นด้วยรูปร่างหน้าตา การออกแบบที่โดนใจและไม่โดนใจผู้คนนัก และนี่ คือ 10 อันดับรถมอเตอร์ไซค์หายากที่คุณอาจไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย

อันดับที่ 10 Roller Through GoGo
เอาล่ะเราจะเริ่มต้นด้วยรถที่ใช้คันโยกแทนเครื่องยนต์ บิตของการโกงที่นี่ในขณะที่มันไม่ได้มีเครื่องยนต์ Roller Through GoGo (หรือ Kick’n’Go เรียกในอเมริกา) เป็นหนึ่งของความพยายามสร้างรถสกู๊ตเตอร์สามล้อสำหรับเด็ก ในช่วงปี 1975 การทำงานของมันคือ แทนที่จะผลักเท้าดันไปกับพื้น ก็ใช้คันโยกโดยการวางเท้าและถีบคันโยกที่ด้านหลังซึ่งจะทำงานเหมือนเพลาข้อเหวี่ยงดันรถไปข้างหน้า ในช่วงปีแรก ทุกอย่าง สามารถขายไปได้ด้วยดีจนกระทั่งถูกยกเลิกการผลิตในปี 1976 หลังจากที่มีเด็กสองคนประสบอุบัติเหตุจากการใช้งานเจ้ารถคันนี้เสียชีวิต จึงทำให้ Roller Through GoGo เป็นของหายาก และกลายเป็นของสะสมในที่สุด



อันดับที่ 9 Z100 Monkey
หลายคนรู้จัก Honda Monkey แต่นั่นคือชื่อรุ่นหลังๆ แล้ว รุ่นที่ทำชื่อให้มากที่สุดเห็นจะเป็น Z50 ปี 1961 ส่วน Z100 นั้นตั้งใจสำหรับการใช้งานในสวนสนุกที่ Z100 ถูกนำมาใช้สำหรับการขี่ที่สวนสาธารณะและในสนามแข่ง Suzuka circuit ไม่เคยขายให้กับประชาชนมาก่อน จึงทำให้ Z100 ค่อนข้างหายากและเป็นของสะสมในที่สุด



อันดับที่ 8 ZB50 Monkey R
เป็น Monkey อีกรุ่น ที่ถูกผลิตขึัน โดยใช้รหัสว่า Monkey R โดยใช้ชื่อรุ่นว่า ZB50 เปิดตัวในปี 1987 ซึ่งได้เอาแรงบันดาลใจจากการปรับแต่ง Z50s เปลี่ยนเฟรมใหม่เป็นอลูมิเนียมดิสก์เบรกและช่วงล่างใหม่ และถูกผลิตแค่ปีเดียว ตั้งแต่ปี 1987-1988 ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้เป็นรถที่มีน้อยและเป็นรถที่หายากในที่สุด



อันดับที่ 7 CT50 Motra
มันพัฒนาให้เป็นรถนันทนาการเลียนแบบรถจี๊ปสองล้อ มี 3 เกียร์เหมือนรถ C90 แต่ CT50 Motra มีเกียร์พิเศษ เพื่อใช้สำหรับความเร็วต่ำคล้ายกับเกียร์ที่อยู่ในรถ Off-Road พูดง่ายๆว่า เป็นรถเล็กๆที่เกิดมาลุยนั่นเอง โดยมีน้ำหนักตัวเพียง 76 กก. เพื่อ แต่น่าเสียดายที่ CT50 Motra ถูกผลิตในจำนวน จำกัด และผลิตตั้งแต่ปี 1982-1983 เพียงปีเดียวและจำหน่ายแค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น



อันดับที่ 6 Juno M80/M85
Honda M80 และ M85 รถสกู๊ดเตอร์ ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก เป็นรุ่นต่อยอดจาก Juno K ปี 1954 และถูกผลิตและจำหน่ายในปี 1961 ซึ่งรุ่นนี้มีลักษณะเด่งตั้งแต่บังลมที่ใหญ๋ การวางตำแหน่งเครื่องยน์ และใช้เครื่องยนต์ Boxer 2 สูบ 4 จังหวะ (M80 ใช้เครื่องยนต์ 124cc และ M85 ใช้เครื่องยนต์ 169cc) และใช้ไฮดรอลิคลัช แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ผูกผลิตขึ้นจำหน่ายแค่ปีเดียว ในจำนวน 6,000 คันเท่านั้น



อันดับที่ 5 FC50 Beat
FC50 Beat ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นรถสกู๊ดเตอร์สไตล์ Sport มันถูกผลิตขึ้นในปี 1983 มีจุดเด่นด้วยรูปลักษณ์ออกแนวล้ำๆ อนาคต (เมื่อ 33 ปีก่อนถือว่าล้ำแล้ว)ใช้เครื่องยนต์ 2 จังหวะ 1 สูบ 49cc ความพิเศษอยู่ที่ระบบ V-TACS หรือระบบวาวล์ไอเสียที่ช่วยระบายไอเสียออกมากขึ้น (คล้ายๆระบบวาวล์ออโต้ใน NSR150 บ้านเรา) แต่แทนที่ระบบ V-TACS ของ FC50 จะทำงานแบบอัตโนมัติ มันกลับใช้ระบบ manual แทน โดยการกดแป้นเหยียบที่อยู่ในส่วนส้นเท้าฝั่งซ้ายแทน ซึ่งระบบนี้จะเห็นผลที่ 5500rpm เมื่อเหยียบระบบ V-TACS แล้ว จะสามารถเพิ่มรอบเครื่องได้ถึง 11000rpm ความเร็วจากเดิมที่ทำได้ 35 km/h จะสามารถเพิ่มความเร็วได้ถึง 60km/h เลยทีเดียว



อันดับที่ 4 Zook
เป็นสกู๊ดเตอร์ขนาดเล็ก เน้นความเรียบง่าย กระทัดรัด ไม่มีบังลม ไม่มีช่องเก็บของ ตัวรถมีแค่โครง เครื่อง และ body พลาสติกเพียงเล็กน้อย น้ำหนักเบา นั่งได้คนเดียว ผลิตออกมาวางจำหน่ายในปี 1990 และถูกผลิตเพียง 1 ปีเช่นกัน



อันดับที่ 3 Road Fox
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ Honda Gyro สกูตเตอร์สามล้อของ Honda ที่ผลิตขึ้นในช่วงยุค 80 แต่ในยุคนั้น ไม่ได้มีเพียง Honda Gyro ที่เป็นรถ 3 ล้อเท่านั้น แต่ยังมี Road Fox ที่เป็นรถ 3 ล้อเช่นกัน ซึ่งถูกผลิตขึ้นในช่วงปี 1984 วัตถุประสงค์ในการผลิต คือ ใช้สำหรับขับขี่เล่นตามชายหาด ซึ่งสิ่งที่ทำให้เจ้า Road Fox ไม่ค่อยโด่งดังและเป็นที่หายาก นั่นก็คือ ถูกผลิตขึ้นในปี 1984 และได้หายไปจากสายการผลิตในปี 1985 เพียง 1 ปีเท่านั้นที่ถูกวางจำหน่าย



อันดับที่ 2 AX-1
เป็นรถยกสูงสไตล์วิบาก ใช้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 250cc 25 แรงม้า ซึ่ง AX-1 ถูกผลิตและวางจำหน่ายช่วงปี 1988 ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ในยุคนั้น รถที่เป็นแนว adventure ยังเป็นเรื่องใหม่ แต่มันก็เป็นรถที่ทันสมัยรุ่นนึงในยุคนั้น แต่ทว่า ได้รับความสนใจจากผู้คนน้อย เนื่องจากความมาแรงของ Yamaha TDR250 เครื่องยนต์ 2 จังหวะ 250cc ให้พลังถึง 50 แรงม้า จึงทำให้ AX-1 ไม่ได้รับการตอบรับสักเท่าไหร่นัก แต่ปัจจุบันเจ้า AX-1 เป็นรถหายากและเป็นรถที่นักสะสมหาเก็บติดบ้านไว้ ยิ่งเดิมเท่าไหร่ ยิ่งน่าเก็บมากเท่านั้น



อันดับที่ 1 VT250 Spada
ถ้าปัจจุบันนี้ Honda ผลิตรถสไตล์ Naked ที่ให้เฟรมอลูมิเนียม เครื่องยนต์แบบ V-Twin ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังถึง 40bhp ทำความเร็วได้ว่า 160km/h ที่ 13,500 รอบ อาจจะทำให้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเป็นได้ ซึ่งถ้าเทียบกับรถในยุคปัจจุบันนี้ที่วางจำหน่ายอย่างเช่น CB300F 300cc สูบเดียว ที่ให้พละกำลังที่ประมาณ 30bhp เฟรมเหล็ก หากย้อนกลับไปในช่วงปี 1988 Honda ได้ให้ความเหนือชั้นเป็นอย่างมาก เริ่มจากเครื่องยนต์ 2 สูบ 250cc เฟรมอลูมิเนียมแบบหล่อขึ้นรูปไร้รอยต่อ และปั๊ม CASTEC ที่เฟรม เพื่อให้รู้ว่า ไม่ได้ใช้เฟรมอลูมิเนียมมาเชื่อมต่อกันเพื่อขึ้นรูปเฟรม มันมีน้ำหนักเพียง 5 กิโลกรัมเท่านั้น เจ้า Spada ให้ระบบส่งกำลังมาถึง 6 ระดับ (6 เกียร์) ซึ่งในรุ่นต่อมา VTR250s ถูกตัดเกียร์ออก 1 เกียร์ด้วยเหตุผลเพียงว่า มันเร็วเกินไปสำหรับรถสไตล์นี้ ความคุ้มค่าและความเหนือชั้นทั้งหมดที่ให้มา กลับทำยอดขายได้ไม่เร่าร้อนนัก มันถูกผลิตขึ้นในช่วงปี 1988 และได้หายไปจากตลาดในช่วงปี 1989 ทำตลาดแค่เพียง 1 ปี ซึ่งในรุ่นต่อๆ มา ก็ไม่ได้ใช้เฟรมอลูมิเนียมอีกต่อไป แต่ใช้เป็นเฟรมเหล็กแบบถักแทน โดยใช้ชื่อว่า VTR250 จนถึงปัจจุบัน

Credit : visordown.com
เรียบเรียง, เพิ่มเติมข้อมูล : showmocyc.com

ShowMocyc

ShowMocyc

รถไม่ได้คุยกัน คนต่างหากที่คุยกัน