Bigbike 1 คันกับค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้
20/02/2017
ShowMocyc (112 articles)
Share

Bigbike 1 คันกับค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้

เชื่อว่าหลายคนมีความฝัน ไม่ว่าหญิงหรือชาย ซึ่งเชื่อว่าความฝันของใครหลายๆคน ต้องมี Bigbike ไว้ครอบครองสักคัน และตัวแปรสำคัญที่ทำให้หลายคนฝัน อยากมี Bigbike สักคันไว้ครอบครอง นั่นก็คือเม็ดเงินที่แต่ละคนมีไม่เท่ากัน จึงทำให้รุ่นของรถที่อยากได้ ไม่เหมือนกัน เนื่องจากปัจจัยทางด้านราคารถและสภาพคล่องทางการเงิน

โพสนี้ ผมขอพูดถึงรถ Bigbike 1 คัน กับค่าใช้จ่ายที่ต้องรับรู้ก่อนที่จะซื้อ เพื่อให้เห็นความเป็นจริงที่ไม่ได้มีแค่ค่าน้ำมันในการใช้รถอย่างเดียว เนื่องจากหลายคนซื้อรถมาแล้ว แต่ต้องพบเจอปัญหาต่างๆมากมาย ที่เกิดขึ้นในหลายๆปัจจัย

ซื้อ Bigbike 1 คัน ต้องทำยังไงบ้าง
ข้อนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนครับ คือ ซื้อสด กับ ซื้อผ่อน สมมุติรถราคา 200,000 บาท
ซื้อสดแน่นอนครับ ถ้าซื้อสดก็จบตรงนั้น จ่ายเงินรับรถกลับบ้านเลย ส่วนพวกของแถมโปรโมชั่นต่างๆ ผมแถมจดทะเบียน, พรบ. ประกันชั้น1 ให้ละกัน
ซื้อผ่อน สมมุติเงินเดือนหักโน่นนี่นั่นแล้วเหลือใช้ 15,000 บาท อันดับแรกคือต้องจองก่อน ส่วนใหญ่รถเรตราคาประาณ 200,000 บาทจองไม่เกิน 5,000 บาท จองเสร็จไฟแนนซ์ผ่าน วางดาวน์อีก 10% ของราคารถ ก็ตก 20,000 บาท ผ่อน รวมดอกเบี้ย รวมอะไรแล้ว ต่อเดือนก็น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท/เดือน

Credit : 1goal1visionth.com

อุปกรณ์ป้องกัน
แน่นอนครับ ก่อนจะมีรถ เราต้องมีอุปกรณ์ป้องกันก่อน หลักๆเลยก็ต้องมี
หมวกกันน็อค
ถุงมือ
เสื้อกาด
รองเท้าขับขี่ (อนุโลมให้เป็นรองเท้าผ้าใบ)

Credit : hondabigbike.com

ที่นี้เรามาเริ่มนับกันดีกว่า ว่าซื้อรถมาแล้ว ใน 1 เดือน เราจะต้องเจออะไรบ้าง นอกเหนือจากเงินดาวน์และค่าอุปกรณ์ป้องกัน สมมุติว่าต้องใช้รถทุกวัน วันละ 32-35 กิโล ไม่ออกทริปเลย เดือนนึงวิ่งประมาณ 1,000 กม. เติมน้ำมันอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ครั้งละประมาณ 300 บาท ค่าใช้จ่ายที่จะต้องเจอในเดือนแรก คือ
ค่าผ่อน 3,000 บาท
ค่าน้ำมัน 1,200 บาท
เช็คระยะ 1,000 กม. ผมตีให้กลางๆ 1,500 บาทในครั้งนี้
รวมแล้วเดือนแรกเราต้องจ่ายไป 5,700 บาท

Credit : hondabigbike.com

6 เดือนผ่านไป ตีเป็นระยะทาง 6,000 กม. ค่าใช้จ่ายในการเช็คระยะตีกลางๆ 3,000 บาท ค่าใช้จ่ายในเดือนนี้ก็จะมี
ค่าผ่อน 3,000 บาท
ค่าน้ำมัน 1,200 บาท
เช็คระยะ 3,000 บาท
รวมค่าใช้จ่ายในเดือนนี้สำหรับรถ Bigbike ของเราในเดือนนี้ 7,200 บาท

1 ปีผ่านไป ตีเป็นระยะทาง 12,000 กม. ค่าใช้จ่ายในการเช็คระยะ อาจจะต้องมีเปลี่ยนผ้าเบรค เอาเป็นว่าตีกลางๆไว้ก่อน ค่าใช้จ่ายรอบนี้ราวๆ 4,500 บาท
1 ปีแล้ว ยางถ้าหมด ก็ต้องเปลี่ยน ตีราคายางกลางๆให้ อยู่ที่ 8,000 บาท
1 ปีแล้ว ประกันชั้น 1 ต้องต่อสินะผมให้ 12,000 ละกันค่าเบี้ย (ยังไม่ขอพูดถึงประกัน 3+ ละกัน)
สรุปค่าใช้จ่าย
ค่าผ่อน 3,000 บาท
ค่าน้ำมัน 1,200 บาท
เช็คระยะ 4,500 บาท
ยาง 8,000 บาท
ต่อประกันชั้น 1 อีก 12,000 บาท
รวมค่าใช้จ่ายในเดือนนี้สำหรับรถ Bigbike ของเราในเดือนนี้ 28,700 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ แน่นอนครับว่า เราไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างรวดเดียวให้จบทั้งหมด เราอาจจะทยอยไปทำเดือนอื่นๆได้ ซึ่งยังไงซะ จะจ่ายรวดเดียว หรือจะทยอยทำ ทยอยจ่าย ยังไงเราก็หนีไม่พ้นยอดรวมดังกล่าว ต่อให้เราเข้าเช็ครถร้านนอก หาผ้าเบรคทดแทน หายางมือสอง ต่อประกันชั้น 3 สุดท้ายแล้ว เราก็ต้องจ่ายอยู่ดีครับ

เพราะฉะนั้นแล้ว การซื้อรถ 1 คัน เราซื้อได้ เราซื้อไหว แต่อย่าลืมถามตัวเองครับว่า เราไหวหรือไม่ ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีค่าใช้จ่ายเหมือนๆกัน มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับแบรนด์และราคารถที่ซื้อ สุดท้ายค่าใช้จ่ายที่ตามมา เราจะมาบ่นค่ายรถมันก็ไม่สมเหตุสมผลครับ ถ้ารถที่ซื้อมีปัญหาจากทางบริษัท อันนั้นเราบ่นได้ครับ แต่ถ้าบ่น Service แพง อะไหล่แพง อันนั้นเราเลือกที่จะซื้อแบรนด์นั้นๆเองครับ เขาไม่ได้บังคับเราซื้อ เราต่างหากที่เลือกซื้อเอง

สรุปสุดท้าย
ก่อนซื้อ Bigbike สักคันควรที่จะ
– ศึกษารถแต่ละแบรนด์
– ค่าบำรุงรักษา
– ค่าอะไหล่
– ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ตามมา
เมื่อเราศึกษาทั้งหมดแล้ว ก็ประเมิณกำลังตัวเองอีกที แล้วซื้อคันที่เรามั้นใจว่า เราไหวจริงๆ ส่วนสาเหตุที่ผมเขียนโพสนี้ คือ ผมเห็นหลายคนครับ ตกอยู่ในสภาวะที่ผมกล่าวมา ไม่ว่าจะเป็น รถล้ม รถชน ตอนหมดประกัน ยางหมด ใช้จนถึงผ้าใบ อะไรคือความปลอดภัย Service ร้านนอกเหตุผลเพราะถูกกว่าศูนย์ ทั้งๆที่รถยังมี warranty อยู่ แต่ก็ไม่รักษาไว้ สุดท้ายวันนึง รถมีปัญหา จะไปเคลมศูนย์ แต่ warranty ก็ขาดไปซะแล้ว แล้วก็ว่าแบรนด์นั้นไม่ดี แบรนด์นี้อะไหล่แพง สุดท้ายซ่อมไม่ไหว ปล่อยดาวน์ ขายขาดทุน บางคนปล่อยยึด เครดิตเสีย จะไปซื้อรถใหม่ก็ลำบากยากเข็น เพราะฉะนั้นแล้ว ซื้อรถอย่าตามใครนอกจากตามกำลังของตัวเองดีที่สุดครับ ขอบคุณครับ

ShowMocyc

ShowMocyc

รถไม่ได้คุยกัน คนต่างหากที่คุยกัน